เล่นซ่อนแอบกับผี ใครจะหาเจอก่อนกัน

เล่นซ่อนแอบกับผี ใครจะหาเจอก่อนกัน

เล่นซ่อนแอบกับผี ใครจะหาเจอก่อนกัน ย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว สมัยเรียนอยู่ประถม ผมมีเพื่อนรักอยู่คนนึงชื่อ ณธีร์ เป็นเด็กที่ย้ายมาจากโรงเรียนอื่น จึงไม่ค่อยมีเพื่อนมากเท่าไรนัก ก็มีผมนี้แหละที่ค่อนข้างจะสนิทกับณธีร์มากกว่าเพื่อนคนอื่นๆ บอกได้เลยครับว่า ชีวิตวัยเด็กในเวลานั้นสนุกมาก ช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ผม และเพื่อน ๆ อีก 3 คน รวมทั้งณธีร์จะชวนกันไปเล่นตามทุ่งนา ยิงนกตกปลาตามประสาวัยเด็ก

เล่นซ่อนแอบกับผี ใครจะหาเจอก่อนกัน

     ตกเย็นก็พากันแยกย้ายกลับบ้านตามปกติ ชาวบ้านในละแวกนั้น ก็พากันกลับมาจากการทำไร่ทำนา บรรยากาศบ้านนอกสมัยนั้น พอตะวันตกดินฟ้ามืดเสียงจิ้งหรีดเรไรเริ่มร้องกันระงม ก็ไม่มีใครอยากออกมานอกบ้านแล้วหละครับ โดยเฉพาะผมเป็นคนกลัวผีมาก

จนกระทั่งวันนั้น วันหยุดของพวกเรา ผม และเพื่อน ๆ ก็ชวนกันไปเล่นตามไร่ตามทุ่งนาเหมือนเช่นเคย ตกเย็นก็เริ่มเหนื่อยล้า ก็เลยชวนกันกลับบ้าน ในระหว่างทางกลับบ้านนั้น เพื่อนผมคนนึงที่ชื่อ ต่อ ก็เอ่ยขึ้นมาว่า

“นี่พึ่งจะ 4 โมงเย็นเอง เราไปเล่นที่โรงเรียนกันต่อไหม แล้วค่อยกลับบ้านกัน”

ณธีร์เลยเอ่ยขึ้นมาว่า

“แม่เราไม่ให้กับบ้านเย็นมากนะ เดี๋ยวแม่จะเป็นห่วง เรากลัวแม่เราดุเอาหนะ”

ต่อจึงบอกกับณธีร์ว่า “เอาน่ะ ไปเล่นแปบเดียวเอง เดี๋ยวค่อยกับพร้อมกันไม่มีอะไรหรอก”

ณธีร์เลยบอกว่า “ก็ได้ แต่อย่าให้มืดนะ”

ทุกคนตกลงไปเล่นต่อที่โรงเรียน พอไปถึงโรงเรียนก็คิดว่า “เราจะเล่นอะไรกันดีหละ” ในระหว่างนั้น ผมเกิดปวดฉี่ ก็เลยเดินไปฉี่ในห้องน้ำของโรงเรียน โดยชวนณธีร์มาเป็นเพื่อน ระหว่างเดินกลับเจอลุงหล่อภารโรงที่ดูแลโรงเรียนเดินสวนพอดี แก่สะแหยะยิ้มให้ผมกับณธีร์แบบแปลก ๆ ณธีร์เลยถามผมว่า

“แกยิ้มให้เราทำไมวะ ดูไม่น่าไว้ใจเลย” ณธีร์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ ผมเลยตอบกับณธีร์ว่า “กูก็ไม่รู้ว่ะ แต่แกสติไม่ค่อยดีนะ อย่าไปถึงสาอะไรแกเลย” ผมเห็นแกมาตั้งแต่เด็ก ๆเลยไม่กลัวเท่าไร

พอกลับมาจากเข้าห้องน้ำ เราเลยตกลงกันว่า จะเล่นซ่อนหากันไหม เพื่อน ๆ ทุกคนก็ตอบตกลง  “งั้นพวกเราเล่นซ่อนหากัน เล่นใต้ถุนโรงเรียนนี้แหละ แล้วอย่าไปซ่อนไกลหละ เดี๋ยวจะหาไม่เจอ”

เล่นซ่อนแอบกับผี ใครจะหาเจอก่อนกัน

เล่นกันไปได้สักพัก ครั้งสุดท้ายต่อเป็นคนหา พวกเราก็รีบไปหาที่ซ่อนกัน ผมเห็นตู้ล็อกเกอร์ที่ว่างตั้งอยู่หลายตู้ จึงเลือกที่จะเข้าไปหลบอยู่ในตู้ใบหนึ่ง แล้วปิดประตูจากข้างใน บรรยากาศตอนนี้เริ่มเย็นมากแล้ว ผมได้แต่ภาวะนาว่าขอให้หาเจอเร็ว ๆ เถอะ อยากกลับบ้านแล้ว

ในระหว่างนั้น ช่วงที่ผมกำลังจะเปิดประตูออกไป เพราะมันเริ่มนานเกินไปแล้ว ผมเห็นผู้ชายคนนึงกำลังเดินเข้ามาที่ตู้ที่ผมกำลังซ่อนอยู่ โดยที่ผมมองลอดผ่านช่องลมของประตูออกไป แต่มองไม่เห็นหน้าผู้ชายคนนั้น เพราะเขาตัวสูงมาก ผู้ชายคนนั้นเริ่มเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าตู้ของผม แล้วพูดว่า

“กำลังทำอะไรอยู่”

ผมตกใจมากจนหลับตาปี๋ เพราะความกลัว พอลืมตามาอีกที่ผู้ชายคนนั้นก็หายไปแล้ว ผมพยายามเปิดประตูล็อกเกอร์ออก แต่ประตูถูกล็อกจากด้านนอก ผมจึงพยายามเรียกหาเพื่อนให้มาช่วย

 “ต่อ ณธีร์ ต๋อง ช่วยกูด้วย” แต่ก็ไม่มีใครตอบกลับ ผมจึงใช้ตัวกระแทกประตูจากด้านใน จนประตูหลุดออก แล้ววิ่งออกมาจากตรงนั้น ด้วยอาการกลัวจนสติแตก พยายามมองหาเพื่อน ๆ แต่ก็ไม่เจอใคร

ผมยืนคุมสติอยู่พักนึง ก็เห็นต่อ กับต๋อง วิ่งหน้าตาตื่นมาหาผม แล้วถามผมว่า

“ไปซ่อนไหนมาวะ กูหาแทบตาย นึกว่ากลับบ้านไปกลับณธีร์แล้ว” ผมจึงบอกว่า

“เดียวค่อยกลับไปเล่าที่บ้านแล้วกัน”

“อ้าว แล้วณธีร์หละ ยังหาไม่เจออีกหรอ?” ต๋องเลยถามกลับมาว่า

“เห็นมันเดินไป นึกว่าไปซ่อนด้วยกันสะอีก” ผมเลยบอกว่า

“ตอนแรกก็เดินตามกันมาดี ๆ พอหันไปอีกทีมันก็หายไปแล้ว” ณ เวลานั้นฟ้าเริ่มมืดลง บรรยากาศเงียบสงัด ผมจึงแยกย้ายกันหาอีกครั้ง แต่ก็ไม่พบณธีร์

ณธีร์อาจจะกลับบ้านไปแล้วก็ได้มั้ง ในใจผมคิดแบบนั้น จึงบอกกับทุกคนว่า

“ลองไปหาที่บ้านกันดูไหม เห็นมันบอกว่ากลับบ้านมืดไม่ได้”

พวกเราเลยตัดสินใจไปที่บ้านของณธีร์ ระหว่างทางไปบ้านของณธีร์นั้น สองข้างทางเป็นป่าตาลสูง และหนาทึบมาก ยุคสมัยนั้นไฟฟ้าตามบ้านเรือนยังมีน้อย ยิ่งเข้าไปลึก ทางก็ยิ่งเปลี่ยวมากขึ้นเรื่อย ๆ  จู่ ๆ ต๋องก็เอ่ยขึ้นมาว่า

“เรากลับบ้านกันเหอะ กูกลัว” ใจผมได้แต่ภาวนาว่า ขอให้ไปถึงบ้านของณธีร์เร็ว ๆ อีกใจก็ยังคิดถึงเรื่องที่เจอมาเมื่อตอนเย็น

“นี้มันเกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่ ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร แล้วทำไมลุงแก่ถึงยิ้มให้เราแบบนั้น?”

ผม และเพื่อนขี่จักยานมาจนถึงบ้านของณธีร์ ด้วยอาการกลัว และเหนื่อยล้า เห็นแม่ของณธีร์ยืนอยู่หน้าบ้าน ผมที่สนิทกับณธีร์มากที่สุด จึงเดินเขาไปถามแม่ของณธีร์ว่า

“ณธีร์กลับมาถึงบ้านหรือยังครับ” แม่ของณธีร์เลยถามกลับว่า

“อ้าว ณธีร์ไม่ได้ไปเล่นกับพวกเธอเหรอ?” ผมยืนอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่สักพัก เลยตัดสินใจบอกกับแม่ของณธีร์ว่า

“ณธีร์หายตัวไป ระหว่างที่พวกเรากำลังเล่นกันอยู่ครับ” แม่ของณธีร์ตกใจมาก จึงรีบไปตามผู้ใหญ่บ้าน เพื่อนำชาวบ้านในละแวกนั้นออกตามหา

สถานการณ์เริ่มตึงเครียด เวลาก็เริ่มดึกลงทุกที ตกลงณธีร์อยู่ที่ไหนกันแน่? เมื่อชาวบ้านทุกคนพร้อม จึงมุ่งหน้าไปที่โรงเรียนทันที ทุกคนต่างแยกย้ายกันตามหาอย่างเต็มที่ สายฝนที่โปรยปรายลงมาทำให้การหาตัวยากขึ้น

ระหว่างที่ทุกคนกำลังตามหาณธีร์กันอยู่นั้น หางตาผมก็เหลือบไปเห็น ลุงหล่อภารโรง แกเดินตากฝนตรงเข้ามาทางผม และเพื่อน ๆ ผมจึงถามแก่ว่า

“ลุงเห็นเพื่อนผมไหม?”

ลุงแกค่อย ๆ หันมาแล้วยิ้มให้ผม ในมือกำของบางสิ่งบางอย่างไว้แน่น จนมือสั่น แล้วแก่ก็พูดมามาลอย ๆ ว่า

“พวกมึงทำอะไร กูไม่ได้หรอก” ผมขนลุกทันที ในใจได้แต่คิด แกคงเสียสติจนพูดไม่รู้เรื่อง

สายฝนเริ่มบางลงเรื่อย ๆ พร้อมกับความหวังที่เหลือน้อยเต็มที และสิ่งที่ทำให้ผมหดหู่มากยิ่งขึ้นคือ ผมเห็นแม่ของณธีร์ร้องไห้เหมือนคนเป็นบ้า ตะโกนเรียกณธีร์จนเสียงจะไม่มีอยู่แล้ว ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เราน่าเชื่อคำพูดของณธีร์

จู่ ๆ ก็มีอะไรดนใจให้ผมนึกถึงบ้านหลังนั้น เป็นบ้านพักครูที่อยู่ในสวนมะม่วงหลังโรงเรียน บ้านหลังนี้ถูกปิดตายมานาน ตั้งแต่รุ่นพ่อผมเรียนอยู่ ครูของผมจะบอกเสมอว่า ห้ามเข้าไปเล่นอะไรแถวนั้นเด็ดขาด ผมก็ไม่รู้นะว่า เพราะอะไร

ผมนึกไม่ออกแล้วหละครับว่า จะไปหาที่ไหน นอกจากบ้านหลังนี้ ถ้าไม่ใช้คนที่เคยเรียนในโรงเรียนนี้ก็จะไม่รู้ว่ามันมีบ้านหลังนี้อยู่ ผมบอกกับแม่ของณธีร์ว่า

“ลองให้คนไปหาตรงนั้นดูไหมครับ เผื่อจะเจอณธีร์”

และผู้ใหญ่บ้านก็พาทุกคนเขาไปหาณธีร์ที่บ้านหลังนั้น ผม และเพื่อนก็ได้ติดตามพวกเขาเข้าไปด้วย พอมาถึง ลักษณะของบ้าน เป็นบ้านไม้เก่าสองชั้น ประตูถูกตรึงด้วยโซ่ และแม่กุญแจโบราณลูกใหญ่ เวลาตอนนั้นน่าจะสักประมาณ 3-4 ทุ่ม อากาศเย็นยะเยือก บรรยากาศเงียบสงัด มองไปทางไหนก็มีแต่ความมืด

ทุกคนยืนปรึกษากันอยู่พักนึง จึงตัดสินใจพังประตูไม้บานนั้นเข้าไป ด้วยความเป็นเด็ก ผมได้แค่หวังว่า หลังประตูบานนั้นจะเจอเพื่อนผมอยู่ ทั้ง ๆ ที่มันไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่แล้วสักพักก็มีคนตะโกนลงมาว่า “เจอแล้ว” ตอนนี้มือไม้ผมสั่นมาก

ชาวบ้านคนนึงอุ้มตัวณธีร์เดินลงมาจากบันได ณธีร์นอนเหมือนคนไม่ได้สติ เนื้อตัวมีแต่ดินโคลน และมีรอยช้ำตามแขนขา มันเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนผมวะเนี่ย?

หลังจากนั้น ณธีร์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ผมมีโอกาศไปเยี่ยมณธีร์กับพ่อ ก่อนที่ณธีร์จะหายดี เป็นคำถามที่ผมสงสัยมาก และทุกคนก็คงสงสัยว่า คืนนั้นเกิดอะไรขึ้นกับณธีร์ ใจจริงก็ไม่อยากถามอะไรกับณธีร์มาก อีกใจก็อยากรู้ เลยถามออกไปว่า

“เข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้นได้ยังไงวะ”

ณธีร์เล่าให้ฟังว่า ในขณะที่พวกเรากำลังเล่นซ่อนหากันอยู่ มีเด็กคนนึงชวนณธีร์ไปเล่นด้วย ซึ่งมันก็เป็นเรื่องแปลกที่จะมีเด็กมาเล่นคนเดียวในเวลานั้น เด็กคนนั้นจูงมือของณธีร์ไปที่บ้านหลังนั้น ด้วยอาการเบลอ ๆ และขึ้นไปบนบ้าน

ณธีร์เห็นว่า มันเริ่มแปลก ๆ จึงขอตัวกลับ แต่เด็กคนนั้นไม่ยอมให้ณธีร์กลับ ณธีร์พยายามวิ่งออกไปเปิดกระตู แต่ประตูถูกล็อกจากด้านนอก สักพักมีมือสีดำโผล่ออกมาจากด้านหลังของณธีร์ แล้วดึงณธีร์เข้าไปในห้อง

ณธีร์พยายามดิ้นจนสุดแรง แต่สู้แรงไม่ไหว จึงสลบไป ตื่นมาอีกทีก็มีคนมาช่วยแล้ว ณธีร์เล่าด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ หลังจากนั้น ผมก็ย้ายมาอยู่กับแม่ที่อยุธยา ส่วนณธีร์นั้นก็ย้ายไปเรียนต่อที่อื่น

ประวัติเดิมของบ้านพักครูหลังนี้ ตาผมเคยเล่าให้ฟังว่า เคยมีครูใหญ่ท่านนึงมาพักอาศัยอยู่กับครอบครัว ซึ่งมีลูกชายหนึ่งคน เนื่องจากท่านเป็นคนชอบกินเหล้า แล้วชอบทะเลาะตบตีภรรยาอยู่เป็นประจำ จึงทำให้เด็กคนนี้มีปมด้อยมาตั้งแต่เกิด

ต่อมาไม่นานก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น เนื่องด้วยวันนั้น ท่านคงดื่มเหล้าเข้าไปอย่างมาก ประกอบกับทะเลาะกับภรรยา จึงเกิดความเครียด ใช้อาวุธปืนสั่นยิงกรอกปากภรรยา และลูกของตนเอง แล้วผูกคอตายตาม

แต่เนื่องด้วยท่านเป็นคนร่างใหญ่ จึงทำให้เชือกที่ผูกคอนั้นขาดออก ท่านจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่ขมับของตัวเองเสียชีวิต เมื่อคดีจบลง บ้านหลังนี้ก็ถูกปิดตาย ข้าวของเครื่องใช้ยังอยู่ครบทุกอย่าง

ต่อมาภายหลังทราบข่าวของแกว่า แก่เสียชีวิต เนื่องจากแก่ขึ้นไปผูกคอตายบนบ้านหลังนั้น กว่าจะมีคนไปเจอก็หลายวันจนศพเน่าส่งกลิ่นเหม็น ในมือของแกกำสิ่งของบางอย่างไว้ ซึ่งของสิ่งนั้นก็คือ สร้อยพระ

     หลังจากนั้น ตำรวจทำคดีเสร็จ บ้านหลังนี้ก็ถูกรื้อถอน ปัจจุบันโรงเรียนนี้ก็ยังเปิดสอนตามปกติ แต่เรื่อง เล่นซ่อนแอบกับผี ใครจะหาเจอก่อนกัน ก็ถูกลบเลือนไปตามกาลเวลา ผมหวังว่า เรื่องราวทั้งหมด จะเป็นสิ่งเตือนใจ ห้ามไม่ให้เล่นซ่อนแอบในที่ ๆ ไม่ควรเล่นนะครับ

มีใครชอบกินอาหารเจ หรืออาหารมังสวิรัติบ้างไหมคะ แน่นอนว่า เมนูอาหารเหล่านี้ค่อนข้างหาซื้อยาก และมักจะมีขายเฉพาะช่วงเทศกาลกินเจเท่านั้น ฉะนั้น ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เพราะเราได้ นำเอา 5 เมนูเส้น อาหารมังสวิรัติ อิ่มท้อง ได้บุญ และหุ่นดี มาฝากทุกคนแล้ว บอกเลยว่า แต่ละเมนูทำง่าย ใครอยากใส่วัตถุดิบอะไรเพิ่มเติม ก็จัดได้ตามต้องการเลยค่ะ

RUANGPEE เว็บไซต์เล่าเรื่องผี แหล่งรวบรวมเรื่องผี เล่าเรื่องสยองจากประสบการณ์จริง อัพเดตใหม่ทุกวัน ห้ามพลาด

Related Posts